
การให้นมลูกน้อยเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่มีสิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ การดูแลและเก็บรักษาขวดนมและจุกนมให้สะอาดและถูกวิธี เพราะสิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อสุขอนามัยของลูก
ขวดนมและจุกนมจาก NATUR ออกแบบมาให้ใช้งานสะดวก ทำความสะอาดง่าย เพื่อให้คุณแม่มั่นใจว่าทุกมื้อให้นมเป็นช่วงเวลาที่สะอาดและสบายใจ การดูแลรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้ทั้งขวดนมและจุกนมนั้นใช้งานได้นานขึ้น ดังนั้นมาดูกันว่าควรเริ่มต้นดูแลอย่างไรให้ขวดนม ของลูกอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนม

การเข้าใจอายุการใช้งานของขวดนมและจุกนม จะช่วยให้คุณแม่รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนหรือดูแลเป็นพิเศษ เพื่อรักษาสุขอนามัยของลูกน้อย ดังนั้นการใช้งานจริง และการดูแลจะเป็นตัวกำหนดระยะเวลาในการใช้งานได้อย่างเหมาะสม คุณแม่ควรดูแลอย่างไร มาเก็บเทคนิคจาก NATUR ไปใช้กันได้เลย
การตรวจสอบสภาพของขวดนม
ขวดนมไม่ว่าจะเป็นขวดแบบ PP หรือ PES หากใช้งานมานานอาจเริ่มมีรอยขีดข่วน หรือรอยหมองจากการล้างและนึ่งหลายครั้ง ซึ่งส่งผลต่อการดูแลความสะอาดและการคงรูปของขวด
ควรสังเกตว่าขวดยังคงมีพื้นผิวเรียบหรือไม่ หากเห็นรอยลึกหรือรอยร้าว ควรพิจารณาเปลี่ยนเพื่อรักษาความสะอาดอย่างต่อเนื่อง
- ควรสังเกตสีของขวด หากเริ่มมีความขุ่น หรือเปลี่ยนสี (ส่วนใหญ่จะอมสีเหลือง) ควรพิจารณาเปลี่ยนเพื่อรักษาความสะอาด
- โดยปกติ PP ควรเปลี่ยนภายใน 6 เดือน ถึง 1 ปี ส่วน PES ควรเปลี่ยนภายใน 1-2 ปี
การใช้งานและความถี่ในการทำความสะอาด
ขวดนมและจุกนมที่ใช้งานทุกวันและผ่านการล้างด้วยอุณหภูมิสูงบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการนึ่ง ต้ม หรืออบฆ่าเชื้อด้วยเครื่องอบ UV ย่อมส่งผลต่ออายุการใช้งาน เนื่องจากวัสดุต้องเผชิญกับอุณหภูมิและแรงเสียดสีบ่อยครั้ง
- หากคุณแม่ไม่ได้มีขวดนมจำนวนมาก และใช้ขวดใบเดิมซ้ำหลายรอบในหนึ่งวัน ต้องผ่านการทำความสะอาดด้วยการนึ่งหรืออบฆ่าเชื้อบ่อยๆ จะให้สภาพขวดและจุกนมเสื่อมได้ไวกว่า จึงแนะนำให้ประเมินสภาพอยู่เป็นประจำ
- แนะนำให้เปลี่ยนเมื่อเริ่มเห็นการเสื่อมสภาพ เพื่อคงสุขอนามัยที่ดีสำหรับลูกน้อย
อายุการใช้งานของจุกนม

จุกนมโดยเฉพาะที่ใช้ซ้ำบ่อย ๆ จะค่อย ๆ เสื่อมสภาพตามการใช้งาน
- แนะนำให้ประกอบขวดนมเป็นชุดพร้อมใช้งานมากกว่า เพื่อป้องกันการสลับชิ้นช่วยระหว่างขวดนมแต่ละรุ่น หรือแต่ละยี่ห้อ (กรณีคุณแม่ซื้อหลายยี่ห้อมาใช้งาน)
- ประกอบเป็นชุดหลังทำความสะอาดเสร็จ และเก็บให้มิดชิด ช่วยให้ขวดนมยังคงสะอาดพร้อมใช้งาน ไม่ต้องสัมผัสชิ้นส่วนอีกครั้งโดยไม่จำเป็น
วิธีทำความสะอาดขวดนมและจุกนมอย่างถูกวิธี

การทำความสะอาดขวดนมและจุกนมอย่างถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญของการให้นมลูกน้อย เพราะจะช่วยรักษา สุขอนามัย และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ต่อไปนี้คือวิธีทำความสะอาดแบบง่าย ๆ ที่คุณแม่ทำได้ทุกวัน
แยกชิ้นส่วนก่อนล้าง
ก่อนเริ่มล้างขวดนมควรแยกชิ้นส่วนทั้งหมดออกจากกัน เช่น ขวด ฝาเกลียว ฝาครอบ และ จุกนม การแยกชิ้นส่วนช่วยให้การทำความสะอาดสามารถเข้าถึงทุกซอกมุม ทำให้การล้างด้วยแปรงและน้ำยาล้างขวดนมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องและน้ำยาล้างขวดนมสำหรับเด็ก
เตรียมชามน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องและน้ำยาล้างขวดนมที่อ่อนโยน ใช้แปรงล้างขวดนมและแปรงล้างจุกนม เพื่อขัดพื้นผิวภายในขวดและจุกนม ล้างให้ทั่วเป็นการขจัดคราบน้ำนมตกค้าง และล้างด้วยน้ำสะอาดซ้ำจนหมดฟอง แนะนำแปรงล้างขวดและแปรงล้างจุกนมรุ่นที่ด้ามหมุนได้ 360 องศา เพื่อทำให้การล้างขวดนมง่ายขึ้น
นึ่งฆ่าเชื้อเพื่อความสะอาดล้ำลึก
นอกจากการล้างด้วยน้ำและน้ำยาล้างขวดนมแล้ว การนึ่งขวดและจุกนมเป็นขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อให้ทุกชิ้นส่วนทุกฆ่าเชื้ออย่างล้ำลึก พร้อมใช้งาน โดยแนะนำให้แยกชิ้นส่วนต่างๆก่อนการนึ่ง ยกเว้นฝาเกลียวและจุกนม ควรประกอบเข้าด้วยกันก่อนการนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสัมผัสที่ปลายจุกซ้ำหลังทำการฆ่าเชื้อแล้ว เมื่อนึ่งขวดนมเสร็จ ควรวางทิ้งไว้ให้แห้งสนิทก่อนประกอบชิ้นขวดนมเข้าชุดและจัดเก็บ หรือคุณแม่สามารถเลือกใช้เครื่องนึ่งขวดนมที่มีโหมดอบแห้งในตัว ขั้นตอนนี้มีส่วนช่วยเพิ่มความสะอาดได้เป็นอย่างมาก
การเก็บรักษาเมื่อยังไม่ได้ใช้งาน
แม้จะยังไม่ได้เริ่มใช้งานขวดนมและจุกนมก็ตาม การเก็บรักษาให้เหมาะสมตั้งแต่แรกจะช่วยให้ชิ้นส่วนเหล่านี้คงคุณภาพดี พร้อมใช้งานทันที และยืดอายุการเก็บตัวไว้ให้นานขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์จาก NATUR ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาว คุ้มค่า ดังนั้นการจัดเก็บที่ถูกวิธีจะช่วยรักษาสภาพขวดและชิ้นส่วนให้พร้อมใช้งานเสมอ
เก็บในที่แห้งและไม่มีฝุ่น
ควรวางขวดนมและจุกนมไว้ในที่แห้ง มีอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงพื้นที่ชื้นหรือใกล้แหล่งน้ำ เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อราและกลิ่นไม่พึงประสงค์ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง การเก็บในที่มีฝุ่นน้อยยังช่วยให้ขวดนมและจุกนม อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ พร้อมใช้งานมากกว่า
แยกชิ้นส่วนและจัดระเบียบ
ก่อนเก็บควรแยกชิ้นส่วนขวดนม เช่น ขวดนม ฝาครอบ ฝาเกลียว และ จุกนม ไว้เป็นชุด ใส่ในกล่องหรือถุงซิปเพื่อจัดเก็บเป็นระเบียบง่ายต่อการหยิบใช้ วิธีนี้ช่วยให้ทุกครั้งที่ต้องการใช้งานคุณแม่ไม่ต้องเสียเวลาจัดหาชิ้นส่วนทีละชิ้น
หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนโดยตรง
การเก็บในที่โดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรงอาจทำให้วัสดุเสื่อมเร็วขึ้น เช่น เปลี่ยนสี, สัมผัสแข็งกระด้าง, หรือเสียรูป ควรเลือกพื้นที่ในตู้หรือชั้นเก็บอุปกรณ์ที่ไม่มีแดดส่องถึง วิธีเก็บแบบนี้จะช่วยให้ขวดนมและจุกนม คงสภาพดีแม้เก็บไว้นาน
สัญญาณที่บอกว่าควรเปลี่ยนขวดนมหรือจุกนมใหม่

แม้จะดูแลอย่างดีขวดนมและจุกนม ก็มีอายุการใช้งานของตัวเอง หากเริ่มเห็นรอยขีดข่วน เสียรูป มีสีหรือกลิ่นเปลี่ยนไป หรือผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลานานตามเวลาที่แนะนำบนบรรจุภัณฑ์ นั่นคือสัญญาณที่คุณแม่ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ เพื่อคงสุขอนามัยและความสบายใจในการให้นมลูกน้อย
การเลือกเปลี่ยนอุปกรณ์ให้นมจาก NATUR อย่างเหมาะสม ช่วยให้การใช้งานยังคงคุ้มค่า ในราคาย่อมเยา และพร้อมดูแลลูกน้อยได้ดีในทุกช่วงวัย

