เวลาจะเลือกขวดนมเด็กหลายบ้านอาจเริ่มจากรูปทรง ขนาด หรือจุกนม แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือวัสดุของขวด เพราะเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับนมโดยตรงทุกวัน หนึ่งในคำที่คุณพ่อคุณแม่พบอยู่บ่อย ๆ จึงเป็น “BPA Free” ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยไม่ใช้สาร BPA ซึ่งเป็นสารที่เคยถูกนำมาใช้ในพลาสติกและวัสดุสัมผัสอาหารบางประเภท
อย่างไรก็ตามการเลือกขวดนม ไม่ควรดูเพียงคำว่า BPA Free อย่างเดียว แต่ควรพิจารณาชนิดของวัสดุ ความทนความร้อน มาตรฐานการผลิต และความเหมาะสมกับการใช้งานร่วมกัน บทความนี้ NATUR จะพาไปทำความเข้าใจว่า BPA Free คืออะไร ทำไมจึงเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ควรเช็กก่อนเลือกขวดนมให้ลูก และมีรายละเอียดอะไรอีกบ้างที่พ่อแม่ควรรู้
ขวดนมเด็ก BPA คืออะไร
BPA หรือ Bisphenol A เป็นสารเคมีที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตพลาสติกและเรซินบางประเภท เช่น พลาสติกโพลีคาร์บอเนตและสารเคลือบอีพ็อกซี โดยสารจากวัสดุสัมผัสอาหารอาจเคลื่อนย้ายเข้าสู่อาหารหรือเครื่องดื่มได้ในปริมาณเล็กน้อย จึงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกนำมาพิจารณาเมื่อเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับทารก
1. BPA ไม่ใช่ประเภทของขวดนม
สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนคือ BPA ไม่ใช่วัสดุที่ใช้เรียกประเภทของขวดนม แต่เป็นสารเคมีที่เคยถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตพลาสติกบางชนิด ดังนั้นคำว่า “BPA Free” ที่พบอยู่บนผลิตภัณฑ์จึงใช้บอกว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้ใช้ BPA เป็นส่วนประกอบของวัสดุตามที่ผู้ผลิตระบุ
2. ทำไม BPA Free ถึงสำคัญกับขวดนมเด็ก
เพราะขวดนมเด็กเป็นภาชนะที่ต้องสัมผัสกับนมโดยตรงและผ่านการล้างหรือนึ่งฆ่าเชื้อเป็นประจำ การเลือกวัสดุจึงควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ปัจจุบันการใช้วัสดุที่มี BPA ในขวดนมทารกถูกยกเลิกในหลายตลาด เช่น FDA สหรัฐฯ ได้แก้ไขข้อกำหนดไม่ให้มีการใช้เรซินโพลีคาร์บอเนตที่มี BPA ในขวดนมและแก้วหัดดื่มสำหรับเด็กแล้ว
3. เลือกขวดนม อย่าดูแค่คำว่า BPA Free
แม้ BPA Free จะเป็นข้อมูลหนึ่งที่ควรตรวจสอบ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจ ควรดูชนิดของวัสดุ ความทนความร้อน วิธีทำความสะอาด และคำแนะนำการใช้งานของผู้ผลิตควบคู่กันด้วย โดย NATUR มีขวดนมที่ผลิตจากวัสดุ PP และ PES ซึ่งทางแบรนด์ระบุว่าเป็นวัสดุปราศจาก BPA พร้อมคุณสมบัติที่แตกต่างกันเพื่อรองรับการใช้งานของแต่ละครอบครัว

BPA กับผลกระทบต่อสุขภาพ
ประเด็นเรื่อง BPA ได้รับความสนใจจากหน่วยงานด้านความปลอดภัยทั่วโลก เนื่องจากสารชนิดนี้สามารถเคลื่อนย้ายจากวัสดุสัมผัสอาหารเข้าสู่อาหารหรือเครื่องดื่มได้ในปริมาณเล็กน้อย การเลือกขวดนมเด็กจึงควรพิจารณาทั้งวัสดุ มาตรฐานการผลิต และการระบุว่าเป็น BPA Free ควบคู่กัน
1. อาจรบกวนการทำงานของระบบฮอร์โมน
- BPA ถูกจัดโดย European Chemicals Agency (ECHA) ให้เป็นสารที่มีคุณสมบัติรบกวนระบบต่อมไร้ท่อหรือ Endocrine Disruptor
- ระบบต่อมไร้ท่อมีหน้าที่ควบคุมฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต พัฒนาการ และการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ
- ECHA ยังจัด BPA เป็นสารที่มีความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่มีการควบคุมการใช้สารชนิดนี้อย่างเข้มงวดในหลายประเทศ
2. มีข้อกังวลต่อระบบภูมิคุ้มกัน
- การประเมินของ European Food Safety Authority (EFSA) ในปี 2023 ระบุว่าการได้รับ BPA ผ่านอาหารเป็นประเด็นที่ควรคำนึงถึงในผู้บริโภคทุกช่วงวัย
- EFSA พบหลักฐานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ T helper ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน
- การประเมินดังกล่าวยังพิจารณาผลที่อาจเกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ พัฒนาการ และระบบเผาผลาญร่วมด้วย
3. ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับปริมาณที่ร่างกายได้รับ
- การมี BPA อยู่ในวัสดุไม่ได้หมายความว่าจะก่อผลกระทบต่อสุขภาพทันที เพราะความเสี่ยงสัมพันธ์กับปริมาณและระดับการสัมผัส
- ปัจจุบันหน่วยงานกำกับในแต่ละภูมิภาคยังมีแนวทางประเมิน BPA แตกต่างกัน เช่น EFSA มีการประเมินที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่ FDA สหรัฐฯ ยังคงระบุว่าการใช้ BPA ที่ได้รับอนุญาตในบรรจุภัณฑ์อาหารมีความปลอดภัยตามระดับการสัมผัสที่กำหนด
- สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับทารก การเลือกขวดนม BPA Free จากผู้ผลิตที่ระบุวัสดุและมาตรฐานอย่างชัดเจน จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างรอบคอบมากขึ้น
วิธีเลือกขวดนมปลอดภัย
การเลือกขวดนมเด็กควรดูมากกว่ารูปทรงหรือราคา เพราะขวดและจุกนมเป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสกับนมและช่องปากของลูกโดยตรง คุณพ่อคุณแม่จึงควรพิจารณาวัสดุ ความเหมาะสมกับการกินนม และวิธีดูแลรักษาไปพร้อมกัน
1. ตรวจสอบวัสดุและคุณสมบัติของขวด
- เลือกขวดนมที่ระบุชนิดวัสดุและข้อมูล BPA Free อย่างชัดเจน
- NATUR มีขวดนมวัสดุ PP และ PES โดย PP มีน้ำหนักเบาและทนความร้อนได้ถึง 110°C ส่วน PES มีเนื้อวัสดุสีชาตามธรรมชาติและทนความร้อนได้ถึง 180°C
- ควรเลือกวัสดุให้สัมพันธ์กับรูปแบบการใช้งาน โดยเฉพาะบ้านที่มีการนึ่งหรือฆ่าเชื้อขวดนมเป็นประจำ
2. เลือกขนาดขวดและจุกนมให้เหมาะกับลูก
- ขนาดขวดควรสัมพันธ์กับปริมาณนมที่ลูกดื่มจริง ไม่จำเป็นต้องเลือกขวดใหญ่ตั้งแต่แรก
- NATUR มีทั้งขวดคอแคบขนาด 4 และ 8 oz. ขวดคอกว้างขนาด 3, 5 และ 9 oz. รวมถึงขนาด 11 oz. สำหรับเด็กที่ดื่มนมในปริมาณมากขึ้น
- จุกนมต้องใช้ให้ตรงกับประเภทปากขวด และเลือกอัตราการไหลให้เหมาะกับแรงดูด เพื่อไม่ให้นมไหลเร็วหรือช้าเกินไป
3. เช็กสภาพขวดและดูแลให้ถูกวิธี
- ตรวจขวด จุกนม และชิ้นส่วนต่าง ๆ เป็นประจำ หากพบรอยแตกร้าว เสื่อมสภาพ หรือผิดรูป ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่
- ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพราะวัสดุแต่ละประเภทมีคุณสมบัติในการทนความร้อนแตกต่างกัน
- แม้เลือกขวดนมเด็กที่ได้มาตรฐานแล้ว การใช้งานและดูแลอย่างถูกต้องก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ขวดอยู่ในสภาพเหมาะสมสำหรับการใช้งานกับลูก
NATUR กับมาตรฐานความปลอดภัยที่คุณแม่ไว้ใจได้
ของใช้สำหรับลูกโดยเฉพาะขวดนมเด็ก และจุกนม ไม่ควรดูเพียงดีไซน์หรือราคา แต่ควรพิจารณาถึงผู้ผลิต กระบวนการควบคุมคุณภาพ และมาตรฐานที่ได้รับด้วย NATUR เป็นแบรนด์สินค้าแม่และเด็กสัญชาติไทยที่มีประสบการณ์กว่า 60 ปี พร้อมพัฒนาและผลิตสินค้าเพื่อรองรับการใช้งานของครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง
มีโรงงานผลิตขวดนมและจุกนมของตัวเอง
- NATUR มีโรงงานสำหรับผลิตและพัฒนาขวดนมและจุกนม ทำให้สามารถดูแลกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นระบบ
- การผลิตภายในโรงงานของแบรนด์ช่วยให้สามารถควบคุมตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์
- จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการเลือกผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่สามารถตรวจสอบกระบวนการและมาตรฐานได้ชัดเจน
กระบวนการผลิตรองรับด้วยมาตรฐานสากล
- โรงงานของ NATUR แสดงการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015
- นอกจากนี้ยังมีมาตรฐาน ISO 13485:2016 รวมถึง GHPs & HACCP ตามข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท
- มาตรฐานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ช่วยกำกับกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นขวดนมเด็ก จุกนม หรือผลิตภัณฑ์อื่นของแบรนด์
พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยทีม R&D ที่เชี่ยวชาญด้านแม่และเด็ก
- NATUR มีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสบการณ์ด้านสินค้าแม่และเด็กมากกว่า 20 ปี
- การพัฒนาไม่ได้เน้นเพียงรูปลักษณ์ แต่พิจารณาการใช้งานจริง เช่น รูปแบบจุกนม จังหวะการไหลของน้ำนม และความสะดวกของคุณแม่
- ความเชี่ยวชาญดังกล่าวยังต่อยอดสู่นวัตกรรมขวดนมและจุกนมหลายรูปแบบ ขณะที่ในปี 2024 ขวดนมและจุกนม NATUR ได้รับรางวัล Mommy’s Choice: Best Baby Bottle & Nipple Product จาก Amarin Baby & Kids Awards จากผลโหวตของคุณแม่กว่า 30,000 คน

