ขวดนมเด็กแต่ละแบบมีจุดเด่นและเหมาะกับการใช้งานต่างกัน ทั้งเรื่องวัสดุ รูปแบบขวด ขนาด และความสะดวกในการดูแล บางครอบครัวอาจต้องการขวดที่น้ำหนักเบา ขณะที่บางบ้านให้ความสำคัญกับความทนทานอย่างขวดนมสีชา ดังนั้นก่อนเลือกซื้อขวดนมให้ลูก ลองมาดูความแตกต่างของ 3 แบบยอดนิยม เพื่อเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของครอบครัวมากที่สุด
ขวดนมพลาสติก PP
ขวดนม PP ผลิตจากพลาสติก Polypropylene เป็นวัสดุสีใสที่นิยมใช้ทำขวดนมเด็ก เพราะน้ำหนักเบา ใช้งานสะดวก และราคาเข้าถึงง่าย แม้ PP และ PES หรือ ขวดนมสีชาจะเป็นพลาสติกเหมือนกัน แต่เป็นพลาสติกคนละชนิด จึงมีคุณสมบัติและความทนทานแตกต่างกัน
1. น้ำหนักเบา ใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวก
- พลาสติก PP มีน้ำหนักเบา ราคาย่อมเยา จึงหยิบจับและพกพาได้สะดวก เหมาะสำหรับใช้ทั้งที่บ้านและเตรียมใส่กระเป๋าเมื่อต้องพาลูกออกไปข้างนอก
2. ทนความร้อนได้ประมาณ 110°C
- ตามข้อมูลของ NATUR ขวดนม PP สามารถทนความร้อนได้ประมาณ 110°C จึงรองรับการทำความสะอาดและการใช้งานทั่วไปในแต่ละวัน โดยควรดูแลตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
3. ราคาย่อมเยา เหมาะกับครอบครัวที่ต้องใช้หลายขวด
- PP เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้จัดเตรียมขวดหลายใบสำหรับสลับใช้ระหว่างวันได้ง่ายขึ้น เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการความคุ้มค่า โดยยังเลือกใช้ขวดที่ปราศจาก BPA ตามมาตรฐานของ NATUR
ขวดนมแก้ว
ขวดนมแก้วเป็นอีกตัวเลือกที่หลายครอบครัวให้ความสนใจ โดยเฉพาะรุ่นที่ผลิตจากแก้ว Borosilicate ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องความทนต่อความร้อนและไม่ดูดซับกลิ่น แต่เมื่อเทียบกับขวดนมเด็กที่ทำจากพลาสติก จะมีน้ำหนักมากกว่าและต้องระวังเรื่องการตกกระแทก
1. ไม่ดูดซับกลิ่นหรือรสชาติ
- แก้วเป็นวัสดุที่มีความเฉื่อยทางเคมีและไม่เป็นรูพรุน จึงไม่ดูดซับกลิ่นหรือรสจากนมหรือของเหลว เหมาะกับบ้านที่ให้ความสำคัญกับการดูแลความสะอาดของขวด
2. ทนความร้อนได้ดีในรุ่นที่ใช้แก้ว Borosilicate
- ขวดที่ผลิตจากแก้ว Borosilicate มีคุณสมบัติทนความร้อนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดี จึงสามารถรองรับการอุ่นและการฆ่าเชื้อได้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
3. แข็งแรงแต่มีน้ำหนักมากกว่า
- จุดที่ต้องพิจารณาคือขวดแก้วมีน้ำหนักมากกว่าพลาสติก และแม้จะผลิตจากแก้วที่มีความแข็งแรง ก็ยังมีโอกาสแตกเมื่อเกิดการกระแทก จึงเหมาะกับการใช้งานที่ผู้ปกครองสามารถดูแลและถือขวดให้ลูกได้อย่างใกล้ชิด

ขวดนมสีชา
ขวดนมสีชาเป็นขวดนมที่ผลิตจากพลาสติก PES (Polyethersulfone) ซึ่งมีสีชาเป็นลักษณะตามธรรมชาติของเนื้อวัสดุ จุดเด่นอยู่ที่ความแข็งแรงและการทนความร้อนสูง จึงเหมาะกับครอบครัวที่ต้องนึ่งหรือฆ่าเชื้อขวดนมเด็กเป็นประจำ
1. สีชาเกิดจากเนื้อวัสดุ PES
- สีชาหรือสีน้ำผึ้งเป็นสีตามธรรมชาติของพลาสติก PES ไม่ใช่สีที่ย้อมหรือเคลือบบนผิวขวด จึงเป็นลักษณะเฉพาะของวัสดุชนิดนี้
2. ทนความร้อนได้สูงถึง 180°C
- วัสดุ PES สามารถทนความร้อนได้สูงสุด 180°C รองรับการนึ่งหรืออบไอน้ำฆ่าเชื้อ จึงเหมาะกับการดูแลขวดที่ต้องสัมผัสความร้อนเป็นประจำ
3. แข็งแรงและคงรูปได้ดี
- PES มีความแข็งแรงและมีความเสถียรของวัสดุสูง จึงคงรูปได้ดีเมื่อผ่านการใช้งานและการทำความสะอาดด้วยความร้อนหลายครั้ง เหมาะกับบ้านที่มองหาขวดสำหรับใช้งานต่อเนื่อง
สรุปขวดนมเด็กแบบไหนเหมาะกับลูกของคุณมากที่สุด
ไม่มีขวดนมเด็กแบบไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกครอบครัว เพราะแต่ละวัสดุมีข้อดีและข้อควรพิจารณาต่างกัน การเลือกจึงควรดูทั้งรูปแบบการใช้งาน ความถี่ในการทำความสะอาด และความสะดวกของคุณพ่อคุณแม่ควบคู่กัน
เน้นน้ำหนักเบา ใช้งานคล่องตัว เลือกขวดนม PP
- เหมาะกับการใช้เป็นประจำหรือพกออกนอกบ้าน เพราะตัวขวดน้ำหนักเบา จับและจัดเตรียมได้สะดวก อีกทั้งยังเป็นตัวเลือกที่ราคาเข้าถึงง่าย
เน้นวัสดุแก้วและไม่ดูดซับกลิ่น เลือกขวดนมแก้ว
- เหมาะกับบ้านที่ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติของวัสดุแก้วและใช้งานโดยมีผู้ใหญ่ดูแลเป็นหลัก แต่ควรคำนึงถึงน้ำหนักที่มากกว่าและความเสี่ยงจากการตกกระแทกด้วย
เน้นความทนทานและทนความร้อนสูง เลือกขวดนมสีชา PES
- ขวดนมสีชา PES เหมาะกับบ้านที่นึ่งหรือฆ่าเชื้อขวดเป็นประจำ เพราะวัสดุแข็งแรงและทนความร้อนได้สูง เมื่อเลือกขนาดและรูปแบบคอขวดให้เหมาะกับลูก ก็ช่วยให้ใช้งานในแต่ละวันได้สะดวกยิ่งขึ้น

