เผยเทคนิค! ทำความสะอาดยังไงให้ถูกหลักอนามัย เมื่อเบบี๋เริ่มขับถ่าย

NATUR แชร์เทคนิคดูแลเบบี๋ในทุกขั้นตอนของการขับถ่าย! รับรองว่าคุณแม่มือใหม่ ก็กลายเป็นคุณแม่มือเก๋าได้ง่ายๆแน่นอน! 

ลูกรักปัสสาวะบ่อยแค่ไหน

  • ลูกรักแรกเกิด

จะถ่ายปัสสาวะภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอดจะปัสสาวะเฉลี่ยเกือบทุกชั่วโมง และในช่วง 1-3 เดือนแรก จะปัสสาวะวันละประมาณ 10-12 ครั้ง ปริมาณมากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณนมที่ลูกกินเข้าไป

  • ลูกรัก 5-6 เดือน

ความถี่ในการปัสสาวะของลูกจะลดลงเหลือประมาณ 9-11 ครั้ง

  • ลูกรัก 6-11 เดือน 

เมื่อลูกอายุ 6-8 เดือนจะเริ่มกินอาหารเสริมร่วมกับนมแม่ ทำให้ปัสสาวะประมาณ 8-10 ครั้ง และพอโตขึ้นจนอายุ 9-11 เดือนจะปัสสาวะลดลงอีก เหลือประมาณ 7-9 ครั้ง

  • ลูกรัก 1 ปี

จะปัสสาวะน้อยครั้งลง เหลือประมาณ 6-8 ครั้งต่อวัน และกลางคืนก็จะปัสสาวะลดลงด้วย

  • ลูกรัก 2 ปี -2 ปีครึ่ง

จะถ่ายปัสสาวะประมาณ 5-7 ครั้งต่อวัน โดยลูกเริ่มที่จะควบคุมปัสสาวะได้บ้าง และบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าปวดปัสสาวะได้แล้ว 

สุขภาพคุณหนูดูที่สีอุจจาระ

  • อุจจาระสีดำอมเขียวหรือเกือบดำ

มีลักษณะเหนียวเข้ม เป็นอุจจาระที่ลูกถ่ายใน 1-3 วันหลังคลอด เรียกว่าขี้เทา

  • อุจจาระสีเขียวปนเหลือง

เป็นสีอุจจาระหลังจากช่วงที่ลูกถ่ายขี้เทาออกมาหมดแล้ว

  • อุจจาระสีเหลือง

หากลูกได้กินนมแม่จะอุจจาระเป็นสีเหลืองคล้ายฟักทอง มีลักษณะเหลว นุ่ม แสดงว่าลูกสุขภาพปกติดี

  • อุจจาระสีเขียว

เกิดจากการที่ลูกกินนมผสม ซึ่งจะทำให้สีอุจจาระของลูกแตกต่างกันไปและไม่ออกสีเหลืองเหมือนกินนมแม่

  • อุจจาระสีเหลืองอมส้ม หรือสีมัสตาร์ด

เป็นสีอุจจาระปกติของทารกที่อาจเกิดจากอาหารที่คุณแม่กินเข้าไป ทำให้ลูกที่ได้รับนมแม่ขับถ่ายออกมามีสีนี้

  • อุจจาระสีดำ

หากแม่กินวิตามินหรืออาหารที่มีธาตุเหล็ก อาจส่งผ่านน้ำนมไปยังลูกทำให้อุจจาระเป็นสีดำได้  แต่ลูกน้อยไม่ควรถ่ายอุจจาระสีนี้บ่อย ๆ  ซึ่งหากลูกถ่ายสีนี้บ่อยควรพาไปปรึกษาคุณหมอ  เพราะลูกอาจมีปัญหาในระบบทางเดินอาหารได้ อุจจาระสีแดง หากลูกกินอาหารเสริมได้แล้ว อุจจาระสีนี้ อาจเพราะคุณแม่ให้ลูกกินอาหารประเภทมะเขือเทศ แครอตที่มีสีแดง แต่หากเป็นสีแดงที่แสดงว่าเป็นเลือดสด ควรไปพบแพทย์เพราะลูกอาจท้องผูก และมีแผลฉีกขาดที่รูทวารหนักได้ 

  • อุจจาระสีขาวซีด

ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที เพราะตับหรือท่อน้ำดีของลูกอาจมีปัญหาหรือมีความผิดปกติได้  

เช็กซิ ลูกท้องเสียหรือไม่!

เด็กกินนมแม่เป็นหลักมักถ่ายเหลวเล็กน้อยคล้ายโคลน และอาจปนมูกเล็กน้อยได้ปกติจึงไม่นับเป็นการถ่ายเหลว แต่ถ้ามีอาการต่อไปนี้

  • ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน
  • ถ่ายเป็นน้ำ 1 ครั้งต่อวัน
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน 1 ครั้งต่อวันต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที
  • เป็นแบบนี้ต้องไปหาหมอ
  1. ทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนมีอาการท้องเสีย
  2. อาการไม่รุนแรง แต่ดูแลที่บ้านแล้วไม่ดีขึ้นภายใน 1 วัน
  3. มีอาการขาดน้ำ เช่น มีไข้สูง  ซึม  กระสับ-กระส่าย ปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะน้อยลงและมีสีเข้ม มีอาการชัก ให้รีบพาไปโรงพยาบาล
spot_imgspot_img

Related articles

เปรียบเทียบขวดนม 3 แบบยอดนิยม เลือกแบบไหนดีสุด

ขวดนมเด็กแต่ละแบบมีจุดเด่นและเหมาะกับการใช้งานต่างกัน ทั้งเรื่องวัสดุ รูปแบบขวด ขนาด และความสะดวกในการดูแล บางครอบครัวอาจต้องการขวดที่น้ำหนักเบา ขณะที่บางบ้านให้ความสำคัญกับความทนทานอย่างขวดนมสีชา ดังนั้นก่อนเลือกซื้อขวดนมให้ลูก ลองมาดูความแตกต่างของ 3...

คุณแม่ทำงานต้องรู้! เลือกขวดนมยังไงให้สะดวกที่สุด

สำหรับคุณแม่ทำงานการเลือกขวดนมที่เหมาะตั้งแต่แรกช่วยลดขั้นตอนวุ่นวายในแต่ละวันได้ ทั้งการเตรียมนม พกไปฝากผู้ดูแล และสลับระหว่างเข้าเต้ากับการดูดขวด นอกจากวัสดุและขนาดขวดแล้วจุกนมก็เป็นอีกจุดที่ควรให้ความสำคัญ โดย NATUR มีจุกนมไซซ์เดียวรุ่น INFINIT ที่ออกแบบให้น้ำนมไหลตามแรงดูดของลูก ช่วยลดความยุ่งยากเรื่องการเปลี่ยนไซซ์จุกนม...

ขวดนมBPA Free คืออะไร ? สำคัญกับลูกแค่ไหน

เวลาจะเลือกขวดนมเด็กหลายบ้านอาจเริ่มจากรูปทรง ขนาด หรือจุกนม แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือวัสดุของขวด เพราะเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับนมโดยตรงทุกวัน หนึ่งในคำที่คุณพ่อคุณแม่พบอยู่บ่อย ๆ จึงเป็น “BPA...

เตรียมของใช้ลูกงบประหยัด แต่ได้ของคุณภาพ ต้องเลือกอย่างไร

ก่อนถึงวันคลอดหลายครอบครัวอาจเผลอซื้อของเผื่อไว้มากเกินจำเป็น ทั้งที่การเตรียมของเตรียมคลอดแบบคุ้มค่า ควรเริ่มจากของที่ต้องใช้จริงและใช้บ่อยก่อน โดยเฉพาะของใช้ลูก อย่างขวดนม และอุปกรณ์ให้นมที่ควรพิจารณาทั้งคุณภาพและความเหมาะสมกับการใช้งาน การวางแผนซื้อเป็นลำดับจึงช่วยควบคุมงบได้ โดยไม่จำเป็นต้องลดมาตรฐานของสิ่งที่ลูกต้องใช้ในทุกวัน ทั้งนี้ NATUR มีผลิตภัณฑ์แม่และเด็กครอบคลุมตั้งแต่ขวดนม จุกนม ปั๊มนม...

ขวดนมแบบไหนเหมาะกับลูกที่กินเร็ว กินเก่ง

ลูกแต่ละคนมีจังหวะและปริมาณการกินนมไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเด็กที่กินเร็วหรือเริ่มกินนมได้มากขึ้น การเลือกขวดนมจึงควรดูให้สัมพันธ์กับปริมาณนมที่กินจริง ควบคู่กับการเลือกจุกนมที่มีอัตราการไหลเหมาะกับแรงดูด เพราะหากน้ำนมไหลเร็วเกินไป ลูกอาจดูดไม่ทัน ขณะที่ไหลช้าเกินไปก็อาจทำให้ต้องออกแรงดูดมากและหงุดหงิดระหว่างมื้อ ดังนั้นขวดใหญ่หรือจุกที่ไหลเร็วกว่า จึงไม่ได้แปลว่าจะเหมาะกับเด็กที่กินเก่งทุกคน...

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่